ต่ออายุเราชนะ อีก 2 เดือน

เรียกได้ว่าสถานการณ์ตอนนี้หลายๆคนคงอยากให้รัฐช่วย เพราะตอนนี

หลายๆคนได้รับผลกระทบจากโควิด 19 รอบใหม่ ทำให้หลายๆคนตกงานกันเยอะมาก

ทำให้ประชาชนบางคนเอาเงินเก็บออกมาใช้กันจำนวนมาก

ด้าน กระ ทร ว งการคลัง จะเสนอแนวทางให้ความช่วยเหลือและเยียวยาประชาชน จากผลกระทบcv-19

ให้พิจารณา เนื่องจากประเมินว่า cv-19ระลอกใหม่ ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง

 

จึงจะเสนอให้ต่ออายุและเพิ่มเงินในมาตรการ เราชนะ ออกไปอีก 1-2 เดือน

จากเดิมที่สิ้นสุดในวันที่ 31 พ.ค.นี้ เป็นสิ้นสุดเดือน มิ.ย.-ก.ค.นี้ ซึ่งจะใช้เงินเพิ่ม 100,000-200,000 ล้านบา

ท และดำเนินการต่อเนื่องได้ทันที

เนื่องจากต้องมีการขออนุมัติและเสนอขอ ครม.โยกเงินในส่วนของการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากผลกระทบโควิดฯ

ให้มาอยู่ในส่วนของวงเงินเพื่อเยียวยๅ ผู้ได้รับผลกระทบจากcv-19 เพื่อใช้เยียวยๅช่วยเหลือประชาชนต่อไป

โดย น.ส.กุลยๅ ตันติเตมิท ในฐานะโฆษกกระท ร ว งการคลัง กล่าวถึงความคืบหน้าของโครงการเราชนะ ณ วันที่ 19 เมษายน 2564

ซึ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านผู้ประกอบการร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น

ที่มีแอปพลิเคชัน ถุงเงิน ร้านค้าคนละครึ่งที่ตกลงยินยอมเข้าร่วมโครงการฯ รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้ๅ

 

 

 

 

และผู้ให้บริการที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
1) ประชาชนกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
2) ประชาชนกลุ่มที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอปพลิเคชัน เป๋าตัง
3) ประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติแล้ว

โดย นายเดชาภิวัฒน์ ณ สงขลา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่า ปัจจุบันวงเงินที่ใช้เยียวยๅประชาชนจากผลกระทบcv-19-19

รวมแล้วงบกลางที่คงเหลือ 2 ส่วน สามารถใช้ได้ 100,000 ล้านบาท หากนำไปเยียวยๅประชาชนคงใช้ 50,000-60,000 ล้านบา

ท เพราะต้องกันบางส่วนไว้รองรับภัยพิบัติจากภัยแล้ง น้ำท่วม หรืออื่นๆ 40,000-50,000 ล้านบาท

 

ดังนั้นเมื่อรวมเงินกู้ที่เหลือและงบกลางที่ใช้เยียวยๅประชาชนได้ จะอยู่ที่ 250,000-260,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามในปีงบ 2564 ไม่จำเป็นต้องโอนงบจากส่วนราชการมาใช้เยียวยาผลกระทบcv-19 เพิ่

ม เหมือนปี 2563 ซึ่งขณะนั้นยังไม่ได้ออก พ.ร.ก.กู้เงิน และการโอนเงินจากส่วนราชการใช้เวลา 2-3 เดือน

หากจะทำตอนนี้คงไม่ทัน และขณะนี้วงเงินที่เหลืออยู่ยังมีเพียงพอรับมือcv-19ได้ เพราะการออกมาตรการเยียวยๅ

และกระตุ้นเศรษฐกิจแต่ละครั้งใช้เงินไม่เกิน 100,000 ล้านบาท ส่วนงบจัดซื้อวั ค ซีนที่อนุมัติแล้ว 6,000 ล้านบาท

อยู่ในส่วนของงบปี 2564 ไม่ได้ตั้งงบจัดซื้อไว้ในงบปี 2565 แต่หากจำเป็นต้องใช้เงิน

สามารถใช้งบของกรมควบคุมสำหรับการจัดซื้อวั ค ซีนทั่วไปได้

About the author